น้ำมันแข็ง = ฟองเยอะ = สบู่แข็ง = ค่าทำความสะอาดสูง

0 comment

น้ำมันแข็ง = ฟองเยอะ = สบู่แข็ง = ค่าทำความสะอาดสูง ตามที่วิได้สอนในคลาส ส่วนใหญ่สูตรของวิจะค่อนข้างไปทางน้ำมันอ่อนเยอะ เช่น น้ำมันอ่อน 50-60% และถ้ารวมกับปาล์มโอเลอินที่ถือว่าเป็นน้ำมันแข็งที่ไม่มีค่าการชำระล้างเลยก็จะเกือบ 70-80% ที่คิดสูตรแบบนี้เพราะต้องการให้สบู่มีค่าการบำรุงสูง และลดค่าการชำระล้างลง ไม่ให้ฝืดผิวมากเกินไป (เพราะส่วนตัววิเป็นคนผิวแห้งมาก) ทำให้สูตรมีความนิ่มกว่าปกติของสูตรทั่วไปที่คนนิยม เนื้อสบู่ของสูตรที่มีน้ำมันอ่อนเยอะจะคล้ายดินน้ำมัน เป็นก้อนแข็งแต่ไม่แข็งมาก เมื่อโดนน้ำจะละลายได้ง่ายกว่า ดังนั้นตามที่สอนหลักการไป “ไม่มีสบู่สูตรไหนดีที่สุดในโลก” เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน สภาพผิวต่างกัน มีความเชื่อไม่เหมือนกัน ซึ่งสูตรที่เรียนในคลาสจะถือว่าเป็นสูตรตั้งต้นจากประสบการณ์ของวิเองเพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปปรับสูตรหรือต่อยอดตามที่ตัวเองชอบได้ ตามที่ได้สอนวิธีการปรับสูตรใน soapcalc ไปแล้ว

ทีนี้เรามาพูดเรื่องน้ำมันแข็งกัน ส่วนตัววิจะชอบใช้น้ำมันมะพร้าวมากว่าน้ำมันแก่นปาล์ม เพราะจากการทดลองทำ เนื้อสบู่ที่ใช้น้ำมันมะพร้าวจะมีความละมุนกว่า ผิวสัมผัสดีกว่าทั้งเวลาที่บ่มไว้หรือเวลาใช้งานตอนอาบน้ำ น้ำมันแก่นปาล์มจะ ให้เนื้อสบู่ที่แข็ง ด้านและแน่นกว่า แต่ถ้าใครต้องการลดต้นทุนน้ำมันแก่นปาล์มก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าน้ำมันมะพร้าวค่ะ หรือบางคนอาจจะใส่ทั้ง 2 ตัวเพื่อให้เกิดการผสมผสานกันมากขึ้น ตามตารางด้านล่างเมื่อเทียบความแตกต่างของค่าที่ได้จาก soapcalc จะเห็นว่าค่าที่ได้ใกล้เคียงกันมาก

สอนทำสบู่, เรียนทำสบู่, การทำสบู่, การตั้งสูตรสบู

น้ำมันทั้ง 2 สามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจในการกำหนดปริมาณใช้งานในสูตรคือ น้ำมันแข็ง = ฟองเยอะ = สบู่แข็ง = ค่าทำความสะอาดสูง หากผู้ทำสบู่ต้องการเพิ่มหรือลดค่าใดค่าหนึ่งในการทำสบู่จากการใช้น้ำมันทั้ง 2 นี้ จะต้องเข้าใจสัดส่วนของคุณสมบัติสบู่ที่เปลี่ยนไป เช่น เพิ่มน้ำมันมะพร้าวหรือแก่นปาล์มเพราะอยากได้สบู่ที่แข็งขึ้นหรือเพิ่มฟอง ก็ต้องทำใจว่าจะได้ค่าทำความสะอาดมาเพิ่มด้วย ซึ่งไม่เหมาะกับผิวแห้ง ในคลาสวิจะแนะนำให้เลือกใส่ส่วนเพิ่มเติม (additive) ในสูตร เช่น โซเดียมแลคเตท, ขี้ผึ้ง หรืออาจจะเลือกใช้กรดไขมันที่เพิ่มความแข็งของสบู่โดยตรงเช่น Stearic acid, Palmitic acid แทนการเพิ่มแต่น้ำมันมะพร้าวหรือแก่นปาล์มอย่างเดียว ซึ่งผู้ทำสบู่จะต้องศึกษาถึงข้อมูลกรดไขมันแต่ละตัวอย่างละเอียดเพื่อเลือกใช้งานให้เหมาะสมต่อไป

และมีข้อสังเกตเพิ่มเติมหลังจากที่ได้ทดลองทำสบู่ที่มีน้ำมันแข็งในสัดส่วน 50-70% จะพบว่าเนื้อสบู่มีความเงาและเบากว่าสูตรสบู่ที่มีน้ำมันอ่อนในปริมาณที่เยอะ เพราะจะเกี่ยวเนื่องในเรื่องของกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวในการทำปฏิกริยาเปลี่ยนรูปจากน้ำมันมาเป็นเนื้อสบู่ และความหนืดของน้ำมันก็ส่งผลต่อผิวสัมผัสของสบู่เช่นกันค่ะ

ลักษณะของน้ำมันมะพร้าว 76 degree จะมีสีใส-เหลืองอ่อนๆ เนื้อเบา ใม่หนืด คุณสมบัติจะต่างกับน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นซึ่งไม่ได้พูดถึงในบทความนี้

สอนทำสบู่, เรียนทำสบู่, การทำสบู่, การตั้งสูตรสบู

ลักษณะของน้ำมันแก่นปาล์มจะเป็นน้ำมันสีใสออกขาวมากกว่ามะพร้าว เนื้อเลา ไม่หนืด จะสกัดได้จากส่วนของเมล็ดด้านในที่มีสีขาว ต่างกับน้ำมันปาล์มโอเลอินที่สกัดได้จากเนื้อปาล์มทำให้ได้น้ำมันสีเหลือง 

สอนทำสบู่, เรียนทำสบู่, การทำสบู่, การตั้งสูตรสบู

Photo credit https://www.zzhrgroup.com https://www.goodvetandpetguide.com 

Comment counter

What's your comment?

Write a Reply or Comment

Your email address will not be published.